บทที่ 4 หย่าแล้ว
“คะ คีย์ตัดสินใจดีแล้วเหรอ?”
“อื้อ” คำว่าอื้อคำเดียวเป็นการตอบกลับคำถาม หญิงสาวตั้งสติเมื่อได้ยินคำตอบที่ต้องการจะได้ก่อนจะพยักหน้าให้
“โอเค...เราหย่ากัน วันไหนดีล่ะ วันนี้เลยมั้ย?”
“วันนี้เลยก็ดี ถ้าช้าพวกผู้ใหญ่รู้เข้าจะไม่ดี” เขาตอบมาราวกับไม่รู้ถึงความนัยของสิ่งที่หญิงสาวถาม...เธอประชด แต่เขาก็ยังคงตอบราวกับว่าเธอถามจริง ๆ
ได้...ในเมื่อเขาตัดสินใจแล้ว เธอก็จะทำตามที่เขาต้องการ
วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายของการเป็นสามีภรรยากัน...นี่คือสิ่งที่ตัวเขาเป็นฝ่ายเลือกเอง
เวลาต่อมา
ใบสำคัญการหย่าถูกวางโชว์หราอยู่บนโต๊ะในห้องนั่งเล่นของบ้านขณะที่ดวงตาคู่หวานนั้นจดจ้องอยู่ไม่ยอมละสายตา
นับจากตอนนี้เธอไม่ใช่นางคริษฐา มาการิต้า อิชยกุลอีกต่อไปแล้วจริง ๆ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นรวดเร็วโดยที่ตัวเธอเองไม่สามารถควบคุมได้...เธอเซ็นต์ใบหย่าไปโดนไม่ได้คิดพิจารณาอะไรเลยในสมองมีแต่คำว่าในเมื่อเขาต้องการเธอก็จะจัดให้
ข้างขวาของหญิงสาวตอนนี้มีคุณนายนรินผู้กลายอดีตแม่สามีหมาด ๆ นั่งอยู่ขณะที่ด้านซ้ายเป็นมาดามมารีน่าคุณแม่ชาวรัสเซียของคริษฐา ทั้งสองท่านตรงดิ่งมาที่บ้านทันทีที่เธอโทรไปบอกว่าเธอและคีรินทร์ได้ตัดสินใจหย่ากันแล้ว ทันทีที่มาถึงจนกระทั่ง ณ เวลานี้คุณนายนรินและมาดามมารีน่าก็ยังคงบ่นโวยวายไม่หยุด
“ทำไมถึงได้ตัดสินใจกันปุบปับ ไม่กลัวพ่อแม่หัวใจจะวายรึไงฮะ เด็กพวกนี้นี่ ทำอะไรไม่ปรึกษาพ่อกับแม่ น่าตีจริง ๆ เลย”
แต่แม้ว่าทั้งคู่จะโวยวายแต่คริษฐาก็หาได้เก็บมาใส่ใจไม่ สติและสมาธิเธอยังคงอยู่กับใบหย่าบนโต๊ะจนกระทั่งได้ยินเสียงของพวงกุญแจกระทบกันไปมาดังมาจากบันไดเธอจึงละสายตาไปมอง
เป็นเขานั่นเอง...เขาไม่ได้ลงมาตัวเปล่า มีกระเป๋าเป้ใบโตสะพายมาด้วย
“นั่นแกจะไปไหนตาคีย์?”
“ไปทำงานซิครับ จะให้ไปไหนล่ะ” คีรินทร์ตอบกลับราวกับก่อนหน้านี้ไม่ได้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นก่อนจะยักไหล่ไม่ใส่ใจ “ไปนะครับ หวัดดีครับ”
“อ้อ บ้านนี้ผมยกให้เคทนะ แม่ให้ทนายจัดการให้ด้วย” เขาทิ้งท้ายก่อนจะก้าวเดินออกจากบ้านไปโดนไม่หันกลับมาคนที่นั่งมองอยู่ได้แต่พากันงุนงงไปตาม ๆ กันว่ามันเกิดอะไรขึ้น
“เคท ได้ทะเลาะอะไรกันรึเปล่า?”
“เปล่าค่ะแม่ ไม่ได้ทะเลาะอะไรกันเลย แต่ช่างเขาเถอะค่ะ เขาจะไปไหน ทำอะไรก็ช่างเขา เคทกับเขาไม่เกี่ยวกันแล้ว หลังจากนี้เคทจะอยู่กับอิสระของเคท แค่เป็นหม้ายเคทไม่ตายหรอก” หญิงสาวตอบกลับก่อนจะหยิบใบหย่าและลุกเดินไปยังบันไดราวกับไม่ได้รู้สึกอะไรกับการเดินจากไปของคีรินทร์แม้แต่น้อย
คุณนายนรินและมาดามมารีน่าได้แต่ฉงนแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้
ร่างบางเดินเข้ามาภายในห้องที่ภายนอกยังคงเหมือนเดิมก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นกระดาษโพสอิทแปะอยู่บนกระจก หญิงสาวก้าวเข้าไปใกล้ ๆ และอ่านข้อความที่อยู่ในนั้นก่อนจะนิ่งไป
‘Every ending has a new beginning. ทุก ๆ จุดจบ คือสัญญาณแห่งการเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง...สักวันเราจะเริ่มต้นใหม่ด้วยกันด้วยความเต็มใจ’
เธอไม่สามารถพูดได้ว่าชายหนุ่มต้องการจะสื่ออะไร แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่เข้าใจ...แต่สิ่งที่เธอเข้าใจมันจะเป็นความหมายเดียวกับที่เขาสื่อหรือไม่
หญิงสาวเบือนสายตาหนีโดยไม่คิดจะเก็บกวาดกระดาษโน้ตที่คนจากไปทิ้งไว้ให้ หญิงสาวก้าวไปเปิดตู้เสื้อผ้าก่อนจะจัดแจงเก็บเสื้อผ้าข้าวของของตนใส่กระเป๋าสัมภาระบ้าง
“สักวันอย่างนั้นเหรอ เหอะ มันไม่ง่ายหรอกตาบ้า”
คริษฐาไม่ใช่ผู้หญิงบอบบางที่ถูกบอกเลิกแล้วจะเสียใจร้องไห้ฟูมฟาย โอเค! ในตอนแรกเธออาจจะตกใจ รู้สึกคิดอะไรไม่ออกบอกไม่ถูกอยู่บ้าง แต่โน๊ตที่คีรินทร์ทิ้งไว้ก็ทำให้ทุกอย่างจางหายไป
ในความคิดของคริษฐาสิ่งที่คีรินทร์ต้องการจะสื่อทั้งหมดก็คือยกบ้านให้เธอ ให้เธออยู่ที่นี่เพื่อรอเขากลับมาเริ่มต้นใหม่ด้วยกันในสักวันหนึ่ง...ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่
แต่ถ้าเธอทำตามนั้นเธอก็ไม่ต่างจากของตายที่เขาหันมาเมื่อไหร่ก็ยังวางอยู่ที่เดิมน่ะสิ...ฝันไปเถอะ
นั่นไม่ใช่สไตล์ของเธอ คีรินทร์จะต้องสำนึกกับการคิดว่าเธอเป็นของตาย และต้องเสียดายจนแทบบ้าที่กล้าบอกเลิกเธอด้วยความคิดบ้า ๆ บอ ๆ
และสิ่งที่หญิงสาวทำสิ่งแรกหลังจากเห็นโน๊ตของอดีตสามีก็คือการตัดสินใจเก็บกระเป๋าและออกไปจากอะไรเดิม ๆ และที่เดิม ๆ ที่เคยอยู่
เขาจะให้เธอรออยู่ที่นี่เธอก็จะไม่รอ...แล้วเขาจะได้รู้ ว่าไม่ควรสิ้นคิดขอเลิกเธอ
